12 Feb 2015
Magnetic Resonance Cholangiopancreatography หรือ MRCP ตรวจ MRI

MRCP ทางเลือกใหม่ในการตรวจระบบทางเดินน้ำดี

Magnetic Resonance Cholangiopancreatography หรือ MRCP เป็นการตรวจหาความผิดปกติของท่อทางเดินน้ำดีด้วยเครื่อง MRI โดยอาศัยหลักการสร้างภาพด้วยเทคนิค T2-weighted image ของเหลวที่ใส เช่น น้ำดี หรือ น้ำในกระเพาะและลำไส้ จะมีสีขาวขึ้น ทำให้สร้างภาพระบบทางเดินน้ำดีได้ ภาพที่ได้จะมีลักษณะเหมือนการทำ Endoscopic Retrograde Cholangiopancretography (ERCP) หรือ Percutaneous Cholangiography (PTC) โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัวจากการส่องกล้องหรือการแทงเข็มผ่านเนื้อตับ การตรวจใช้เวลาสั้นและไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการตรวจ ระยะเวลาในการตรวจ MRCP ประมาณ 10 นาที สามารถได้ภาพระบบทางเดินน้ำดีที่ชัดเจน และสามารถหมุนเป็นภาพ 3 มิติ เพื่อดูในมุมต่างๆได้อย่างชัดเจน

 

MRCP เป็นการตรวจหาความผิดปกติของท่อทางเดินน้ำดีด้วยเครื่อง MRI

 

MRCP สามารถตรวจหาความผิดปกติได้หลายอย่างข้อบ่งชี้มีดังนี้

ข้อบ่งชี้ก่อนการผ่าตัด

  1. ตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของทางเดินน้ำดีอุดตัน เช่น นิ่วในระบบทางเดินน้ำดี cholangiocarcinoma หรือการตีบของท่อทางเดินน้ำดี
  2. ตรวจหาความผิดปกติทางกายวิภาคของทางเดินน้ำดี เช่น aberrant cystic duct หรือ pancreatic divisum
  3. ผู้ป่วยปฏิเสธหรือไม่สามารถตรวจ ERCP

ข้อบ่งชี้หลังทำผ่าตัด

  1. ผู้ป่วยมีอาหารเหลืองซ้ำหลังจากการทำผ่าตัดระบบทางเดินน้ำดี
  2. สงสัยภาวะ bile leakage
  3. ตรวจการเป็นซ้ำ (recurrence) ของ cholangiocarcinoma
  4. Post operative pancreatitis

เทคนิคในการตรวจ MRCP

มักจะตรวจ MRI upper abdomen ร่วมด้วยเพื่อตรวจหาความผิดปกติของผนังและเนื้อเยื่อรอบๆท่อทางเดินน้ำดี ซึ่งมีความจำเป็นในการวินิจฉัยความผิดปกติ เช่น มะเร็งหรือการอักเสบของท่อทางเดินน้ำดี ดังนั้นในการตรวจMRCP จึงมักมีการฉีดสาร Gadolinium chelating agent ร่วมกับการตรวจด้วย เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย ประสิทธิภาพของ MRCP ในการตรวจหาความผิดปกติชนิดต่างๆ ดังตาราง

Pathology Sensitivity Specificity Accuracy
Anatomical variant 95-98%
Biliary tract obstruction 91% 100% 94%
– Stone 81-100% 85-100%
– DDx Benign vs. Malignant 81% 70% 76%
Post operative study
– Post operative stricture 100%
– Retain stone 90%

เอกสารอ้างอิง

  1. Guibaud, et al. Radiology 1995,
  2. Taourel P, et al. Radiology 1996
  3. Fulcher A S, et al. Radiology 2004
  4. Park, et al. Radiology 2004
  5. Pavone P, et al. AJR1997

Leave a Comment