12 Feb 2015
การตรวจ MRI ของทารกในครรภ์ (MRI Fetus)

การตรวจ MRI ของทารกในครรภ์ (MRI Fetus)

การพัฒนาเทคนิคการตรวจของเครื่อง MRI รุ่นใหม่ที่มี fast imaging sequence ทำให้ MRI มีความว่องไวมากพอที่จะตรวจทารกในครรภ์ได้โดยภาพไม่สั่นไหว MRI จึงสามารถใช้ตรวจหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ MRI มีบทบาทในการวินิจฉัยความผิดปกติบางอย่างของทารกในครรภ์ที่การตรวจอัลตร้าซาวด์อาจให้วินิจฉัยได้ลำบาก เช่น การตรวจหาความผิดปกติของสมองส่วน posterior fossa และการตรวจหา complex fetal abnormality MRI จึงมีส่วนช่วยในการในคำปรึกษาแก่มารดา แผนการรักษาหรือวางแผนการคลอด

ส่วนใหญ่การตรวจ MRI ของทารกในครรภ์ มีประโยชน์ในการตรวจหาความผิดปกติในไตรมาสที่ 2 และ 3 MRI ไม่มีบทบาทมากนักในการตรวจทารกในไตรมาสที่ 1 เนื่องจากเหตุผล 2 ประการ คือ

  1. ในไตรมาสที่ 1 ทารกอยู่ในช่วงสร้างอวัยวะของร่างกาย (organogenesis) อาจมีความเสี่ยงแต่การได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากขึ้น
  2. ทารกยังมีขนาดเล็ก ทำให้ตรวจหาความผิดปกติได้ยาก ในระยะนี้การตรวจทารกด้วยอัลตร้าซาวด์มีความละเอียดชัดเจนมากกว่า

อย่างไรก็ตาม หากการตรวจ MRI เป็นการตรวจเพื่อหาความผิดปกติของมารดาสามารถทำในไตรมาสใดก็ได้ หากแพทย์ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการตรวจมีประโยชน์ต่อการวินิจฉัยและรักษาของมารดามากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อทารกในครรภ์

 

การตรวจ MRI ของทารกในครรภ์ (MRI Fetus)

ตัวอย่าง ภาพที่ได้จากการตรวจ MRI FETUS

 

ความปลอดภัยของการตรวจ MRI ของทารกในครรภ์

ก่อนที่จะส่งผู้ป่วยเข้าตรวจ MRI ผู้ป่วยควรรับทราบประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการตรวจ นอกจากนั้นควรให้ผู้ป่วยลงนามในหนังสือยินยอมการตรวจทุกครั้ง
ความเสี่ยงของการตรวจ MRI ของทารกในครรภ์ นั้นมีน้อยมาก ไม่มีผลการวิจัยในมนุษย์ที่สามารถยืนยันได้ว่าการตรวจ MRI ในช่วงเวลาสั้นๆมีผลต่อการสร้างอวัยวะและพัฒนาการของทารกในครรภ์ ผลการวิจัยในสัตว์ทดลองโดยการตรวจ MRI ในสัตว์ที่ตั้งครรภ์โดยใช้คลื่น MRI ที่มีความเข้มข้นสูงและให้เป็นเวลานาน พบว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีผลต่อการสร้างอวัยวะ โครโมโซม และการพัฒนาของเด็ก (1, 2) อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามีผลดังกล่าวในมนุษย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ข้อห้ามในการตรวจ MRI ในหญิงตั้งครรภ์

ข้อห้ามของการตรวจคือข้อห้ามในการตรวจ MRI ทั่วไป เช่น มีคลิปของเส้นเลือดโป่งพองในสมอง ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ผู้ที่กลัวที่แคบ (claustrophobic) หญิงที่ตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 3 อาจรู้สึกไม่สบายหากนอนหงายเวลาตรวจเป็นเวลานานๆ ซึ่งสามารถช่วยได้โดยการตรวจในท่านอนตะแคง

การฉีดสารทึบรังสีในหญิงตั้งครรภ์

สารทึบรังสีชนิด Gadolinium chelating agent ในปัจจุบันยังไม่เป็นที่ยอมรับถึงความปลอดภัยในการฉีดในหญิงตั้งครรภ์ หากจำเป็นที่ต้องฉีดสารทึบรังสีเพื่อตรวจความผิดปกติของมารดา จำเป็นที่ต้องพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงของยาอย่างรอบคอบ

สรุป

ตามคำแนะนำของ Safety Committee of the Society for Imaging (3) MRI สามารถตรวจในหญิงตั้งครรภ์ได้ หากการตรวจด้วยวิธีอื่นๆไม่สามารถให้ข้อมูลเพียงพอแต่การวินิจฉัยและการวางแผนการรักษา หรือหากการตรวจอื่นๆจำเป็นที่จะต้องใช้ลำแสงเอกซเรย์ ผู้ป่วยควรได้รับการแจ้งให้ทราบว่าถึงประโยชน์และความเสี่ยงของการตรวจ และต้องมีใบยินยอมเข้ารับการตรวจทุกราย

เอกสารอ้างอิง

  1. Elster AD. Does MR imaging have any known effects on the developeing fetus? AM J Roentgenol 1994; 162: 1493
  2. Carnes KI, Magin RL. Effects of in utero exposure to 4.7 T MR imaging conditions on fetal growth and testicular development in the mouse. Magn Reson Imaging 1996; 14:263-274
  3. Shellock FG, Kanal E. Policies, guidelines, and recommendations for MR imaging safety and patient management. SMRI safety Committee. J Magn Reson Imaging 1991; 1:97-101

Leave a Comment