27 Aug 2015
โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

สงสัย โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ? MRI ช่วยคุณได้

นพ.สันติ สิลัยรัตน์
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

เมื่อนึกถึงการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (myocardial ischemia) และกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (acute myocardial infarction) คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการตรวจที่สำคัญอยู่ 2 ชนิด นั่นคือ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (electrocardiography) และการตรวจหาสารเคมีที่เพิ่มขึ้นในกระแสเลือดเมื่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจเกิดการบาดเจ็บหรือตาย เช่น Troponin-T, Troponin-I เป็นต้น แต่ในปัจจุบัน การตรวจ MRI ได้เข้ามามีบทบาทในการวินิจฉัยกลุ่มโรคหัวใจขาดเลือดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีส่วนช่วยทำให้การวินิจฉัยและการวางแผนการรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

MRI มีบทบาทที่สำคัญในการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจตายใน 3 กรณีหลัก ๆ คือ

  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย เฉียบพลันที่เกิดขึ้นแล้วระยะหนึ่งจนสารในเลือดลดลงจนกลับสู่ระดับปกติไปแล้ว
  • ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้กับโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือตรวจพบว่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจเข้าได้กับโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย (ST segment elevation) แต่การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ (coronary atery angiography) ไม่พบตำแหน่งของหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุ
  • ช่วยในการวินิจฉัยสาเหตุในผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ (cardiomyopathy) ว่ามีสาเหตุมาจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Ischemic cardiomyopathy) หรือไม่

นอกจากนี้แล้ว MRI ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกด้วย เช่น

  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงของขนาดของกล้ามเนื้อที่ขาดเลือดหรือตายจากการขาดเลือด (infarct size)
  • ตรวจหาแผลเป็นในกล้ามเนื้อหัวใจ
  • ตรวจและคาดคะเนโอกาสในการตอบสนองในการรักษาในกรณีที่ทำการถ่างขยายเส้นเลือดหัวใจที่ตีบ (percutaneous transluminal coronary angioplasty, PTCA) ซึ่งเรียกว่า viability MR imaging โดยตรวจหากล้ามเนื้อหัวใจที่อยู่ในสภาวะ “จำศีล” (hibernating) คือมีการทำงานลดลงเนื่องจากขาดเลือดมาเลี้ยงแต่ไม่มีการตายของกล้ามเนื้อ
  • ตรวจหาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดสำหรับในผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการทดสอบด้วยการออกกำลังกาย (exercise stress testing) โดยเปลี่ยนไปใช้ยากระตุ้นหัวใจร่วมกับการตรวจ MRI เรียกว่า dobutamine MR imaging
  • ตรวจหาภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดจาก โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย เฉียบพลัน เช่น กล้ามเนื้อหัวใจทะลุ (myocardial wall rupture) ผนังหัวใจโป่งพอง (aneurysm) เกิดลิ่มเลือดสะสมในผนังกล้ามเนื้อหัวใจที่ตาย (myocardial thrombus) เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรือมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ และลิ้นหัวใจรั่วจากการขาดเลือด เป็นต้น

สำหรับการตรวจ Viability และ dobutamine MR imaging นั้น จากสถิติเกี่ยวกับความไวในการตรวจพบโรค (sensitivity) และความจำเพาะของการวินิจฉัย (specificity) ก็พบว่าสูงกว่าการตรวจด้วยคลื่นเสียง (echocardiography) และ CT ด้วย ซึ่งเป็นข้อดีเหนือ CT เนื่องจากผู้ป่วยไม่ต้องได้รับรังสีจากการตรวจ และไม่ต้องฉีดสี (contrast) โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตผิดปกติ

แม้ว่าการตรวจ MRI โดยทั่วไป จะใช้เวลาในการตรวจค่อนข้างนาน แต่สำหรับในกรณีของการตรวจ MRI ของกล้ามเนื้อหัวใจในกรณีใช้เวลาโดยเฉลี่ยเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น ดังนั้นจึงสามารถทำการตรวจในผู้ป่วยที่ต้องพิจารณาให้การรักษาโดยเร็วได้

 

ข้อความเพิ่มเติมจากทางศูนย์ ฯ:
ในปัจจุบัน รัชวิภา เอ็ม อาร์ ไอ ของเรา ยังไม่ได้มีบริการตรวจ Cardiac MRI นะคะ แต่ในอนาคตไม่แน่ค่ะ รอติดตามนะคะ ^.^

Leave a Comment