07 Sep 2015
ปวดหัว ธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา MRI

ปวดหัวธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา

นพ.สันติ สิลัยรัตน์
คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล

อาการปวดหัว เป็นอาการที่เจอได้บ่อยมาก เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย มีสาเหตุได้หลากหลายกว้างขวาง (มากกว่า 300 สาเหตุ) จนทำให้บางครั้ง การค้นหาสาเหตุ อาจทำให้แพทย์ผู้รักษาต้องปวดหัวตามไปด้วย โรคส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวนั้น มักจะเป็นโรคที่สามารถวินิจฉัยได้โดยอาศัยประวัติลักษณะอาการและการตรวจร่างกายรวมถึงระบบประสาท อย่างไรก็ตาม มีโรคบางชนิดที่เป็นสาเหตุของอาการปวดหัว ที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่กลับต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่ไม่ธรรมดา เช่น จึงจะสามารถให้การวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาให้ถูกต้องได้

อาการปวดหัวแบบไหน ที่ไม่ธรรมดา?

การตรวจพิเศษหรือตรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบประสาทนั้น มีอยู่หลายชนิด ได้แก่ การตรวจทางรังสีวิทยา (neuroimaging) การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (electroencephalography) การตรวจของเหลวในช่องไขสันหลัง (cerebrospiral fluid analysis) และการตรวจเลือดอื่น ๆ เป็นต้น โดยมากแล้วแพทย์มักจะพิจารณาทำการตรวจเพิ่มเติมหากอาการปวดหัวของผู้ป่วยมีลักษณะที่เข้าข่าย “ไม่ธรรมดา” ซึ่งได้แก่

  • อาการปวดหัวที่รุนแรงไม่เคยเป็นมาก่อน (the “first or worst” headache)
  • อาการปวดที่เพิ่งเป็นไม่นานแต่ค่อย ๆ เพิ่มความถี่และความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • อาการปวดที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน (chronic daily headache)
  • อาการปวดที่เกิดขึ้นที่เดิมทุกครั้ง
  • ไม่ตอบสนองต่อการรักษาเท่าที่ควร
  • มีอาการอื่นร่วมด้วยนอกเหนือไปจากอาการ ปวดหัว เช่นอาการชัก มีไข้ คอตึงแข็ง คลื่นไส้อาเจียน ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เป็นต้น

นอกจากนี้ผู้ป่วยบางกลุ่มยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติทางสมองได้ง่าย จึงต้องให้ความสนใจและทำการตรวจเพิ่มเติมเป็นพิเศษกว่ากลุ่มผู้ป่วยทั่วไป เช่น ผู้ที่มีประวัติเดิมเป็นโรคมะเร็ง ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่เริ่มมีมีอาการเมื่ออายุหลัง 50 ไปแล้ว

เมื่อจำเป็นต้องทำการตรวจเพิ่มเติม แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจ Computed tomography (CT) scan หรือ magnetic resonance imaging (MRI) ของสมองเพิ่มเติม

ความแตกต่าง CT กับ MRI ในการวินิจฉัยสาเหตุของอาการปวดหัว

โดยมากแล้วการตรวจ CT scan สามารถช่วยในการค้นหาและตรวจวินิจฉัยสาเหตุส่วนใหญ่ของอาการปวดศีรษะได้ดี โดยเฉพาะในกรณีที่สงสัยภาวะเลือดออกในชั้นเยื่อหุ้มสมอง (subarachnoid hemorrhage) อาการที่มีสาเหตุจากอุบัติเหตุทางสมองหรือกระโหลกศีรษะ อย่างก็ตาม MRI ก็มีข้อดีเหนือกว่าในแง่ของการวินิจฉัยสาเหตุที่มาจากโรคของหลอดเลือดในสมอง (เช่น ischemia, central venous thrombosis) เนื้อสมองส่วน white matter และรอยโรคต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน posterior cranial fossa ซึ่งมักจะมองเห็นได้ไม่ชัดเมื่อทำการตรวจด้วย CT scan นอกจากนี้ MRI ยังสามารถทำให้ผู้รับการตรวจไม่ต้องสัมผัสกับรังสี เนื่องจากการตรวจ CT scan สมอง 1 ครั้ง ทำให้ผู้รับการตรวจต้องรับรังสีเทียบเท่ากับการถ่ายภาพรังสีของทรวงอก (chest radiography) ถึง 200 ครั้งเลยทีเดียว

Leave a Comment