06 Dec 2015

รู้เท่าทันบรรเทาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid) จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคข้ออักเสบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย แต่น่ากลัวตรงที่เมื่อเป็นแล้วรักษาไม่หายขาด ทว่าสามารถควบคุมอาการได้ ดังนั้นเป้าหมายสำคัญในการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จึงอยู่ที่การป้องกันไม่ให้ข้อถูกทำลายมากขึ้น บรรเทาอาการปวดข้อ คงการเคลื่อนไหวและส่งเสริมให้ข้อทำงานได้ตามปกติ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขค่ะ

สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นั้นเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายถูกกระตุ้นให้ผลิตแอนติบอดีขึ้นมาทำร้ายเนื้อเยื่อของร่างกายด้วยกันเอง จนทำให้เนื้อเยื่อปกติเกิดการอักเสบขึ้นมา ปัจจุบันยังไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าสิ่งใดที่เป็นตัวกระตุ้น แต่มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสบางชนิด และปัจจัยเสี่ยงต่างๆเช่น การสูบบุหรี่ ปัจจัยด้านพันธุกรรม โดยผู้หญิงจะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชาย 2-5 เท่า พบมากในกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 30-50 ปีค่ะ

สำหรับลักษณะอาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นั้น ผู้ป่วยจะมีอาการข้อฝืด ข้อแข็ง ช่วงตื่นนอนตอนเช้า เริ่มทุเลาในช่วงสายๆ มักเกิดอาการปวดและบวมบริเวณข้อที่มีขนาดเล็ก เช่น ข้อมือ ข้อโคนนิ้วมือ ข้อกลางนิ้วมือ ข้อเข่า ข้อเท้า เป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 สัปดาห์ อาจมีไข้ต่ำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดเมื่อยหมดทั้งตัว ซึ่งหากปล่อยไว้อาการต่างๆ จะค่อยๆ แย่ลง นำไปสู่ความเสียหายของกระดูกและข้อ ทำให้กระดูกผิดรูป ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและอาจเกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆตามมาได้ค่ะ

ผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวจึงควรรีบไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อประโยชน์ในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และอย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นแล้วว่า การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จะเน้นที่การควบคุมป้องกันไม่ให้เป็นมากขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดจึงอยู่ที่กำลังใจและความอดทนในการปฏิบัติตนตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการรับประทานยา แบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มคือ

  • ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ช่วยระงับอาการปวดและลดการอักเสบของข้อ ควรรับประทานหลังอาหารทันที และควรใช้เท่าที่จำเป็นเพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารและไตได้
  • ยาต้านรูมาติสซั่มที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรค ช่วยกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน บางรายอาจได้รับผลข้างเคียง เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ผมร่วง ฯลฯ
  • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) มีคุณสมบัติระงับการอักเสบได้ดีและออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว มีทั้งชนิดรับประทานและฉีด ผลข้างเคียงคือ อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ระดับความดันโลหิตและไขมันในเลือดสูง
  • ยากลุ่มสารชีวภาพ (biologic agents) มีประสิทธิภาพสูงมากในการระงับข้ออักเสบอย่างรวดเร็ว เริ่มเห็นผลในระยะเวลาเพียง 2-4 สัปดาห์ สามารถรับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานได้แต่มีราคาค่อนข้างแพง

ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือข้อถูกทำลายอย่างถาวรอาจต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด หรือการเปลี่ยนข้อเทียม นอกจากการรับประทานยาและผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยควรหมั่นออกกำลังกายและบริหารข้อเพื่อป้องกันข้อติด ตามคำแนะนำของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัด เช่น การบีบฟองน้ำ บีบลูกบอลยาง การประคบด้วยความร้อนหรือแช่ในน้ำอุ่น ใช้เฝือกหรืออุปกรณ์เสริมในรายที่มีข้อมีการผิดรูป ใช้มือสองข้างช่วยกันจับสิ่งของแทนการใช้มือข้างเดียว เปลี่ยนประตูเป็นแบบบานเลื่อนแทนลูกบิด ซึ่งการปรับเปลี่ยนวิถีประจำวันนี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถอยู่กับโรคได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขค่ะ

Leave a Comment