10 Jan 2016

การตรวจประเมินการไหลเวียนเลือดในกล้ามเนื้อหัวใจด้วย MRI

นพ.สันติ สิลัยรัตน์
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนั้น มีกลไกหลักของการเกิดโรคจากการที่หลอดเลือดหัวใจทำงานผิดปกติ ในปัจจุบันการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจึงอาศัยการวินิจฉัยโดยการสวนหลอดเลือดหัวใจและฉีดสีเพื่อตรวจดูลักษณะของความผิดปกติเป็นการตรวจมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม การตรวจดังกล่าวนี้อาจไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการไหลเวียนเลือดในส่วนที่เป็นแขนงหลอดเลือดที่อยู่ส่วนปลาย ๆ ได้มากเท่าใดนัก จึงมีการค้นหาวิธีการตรวจที่มีความไวและละเอียดมากยิ่งขึ้นที่จะสามารถตรวจประเมินความผิดของหลอดเลือดขนาดเล็กส่วนปลาย และนำเอาไปใช้ในการตัดสินใจในการรักษาเพิ่มเติม การตรวจดังกล่าวนี้ก็คือการตรวจ MRI ดูการไหลเวียนเลือดในกล้ามเนื้อหัวใจ หรือ cardiac magnetic resonance (MR) perfusion imaging นั่นเอง

หลักการของการตรวจ cardiac MR perfusion imaging อาศัยหลักการของการตรวจประเมินการไหลเวียนของเลือดภายในกล้ามเนื้อหัวใจ 2 ระยะคือ ขณะพัก (at rest) และขณะที่มีการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานมากขึ้น (stress) ซึ่งโดยปกติแล้วในระยะที่กล้ามเนื้อหัวใจทำงานมากขึ้น จะต้องการเลือดที่ไหลเวียนเข้าไปยังกล้ามเนื้อมากขึ้น (hyperemic response) โดยมีระบบการควบคุมการไหลเวียนอัตโนมัติ (autoregulation) อยู่ในภายในหลอดเลือดแดงระดับ prearterioles (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100-500 ไมครอน คอยควบคุมให้มีการไหลเวียนเลือดอย่างเพียงพออยู่เสมอ อย่างไรก็ตามหากเส้นเลือดหัวใจส่วนที่เป็นต้นทางเกิดการตีบขึ้นมากกว่า 50% จะทำให้ระบบ autoregulation ดังกล่าวนี้ไม่สามารถชดเชยได้อีก และเริ่มมีการขาดเลือดภายในกล้ามเนื้อหัวใจเกิดขึ้น ดังนั้น หากทำการตรวจการไหลเวียนเลือดในกล้ามเนื้อหัวใจในระยะ stress เทียบกับในระยะ rest ก็จะช่วยค้นหาตำแหน่งและความรุนแรงของความผิดปกติในหลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้

ในกระบวนการตรวจว่ามีเลือดไหลเวียนเข้าสู่กล้ามเนื้อหัวใจหรือไม่นั้น ทำได้โดยการฉีดสาร Gadolinium ซึ่งเป็นสารทึบรังสีให้ผ่านไปตามกระแสเลือดเข้าสู่กล้ามเนื้อหัวใจ และทำการตรวจหาสารนี้ในกล้ามเนื้อหัวใจในขณะ rest และ stress หรืออาศัยการตรวจจับสัญญาณแม่เหล็กจากเลือดในหลอดเลือดโดยตรง (เรียกว่า arterial spin labeling, ASL) ซึ่งอาจพิจารณาใช้ในผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดของการใช้สาร gadolinium เช่น โรคไตเสื่อมเรื้อรัง เป็นต้น

สำหรับการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงาน และเปลี่ยนจากระยะ rest เป็นระยะ stress นั้น อาจทำได้ 2 วิธีคือการให้ผู้เข้ารับการตรวจออกแรงทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นให้หัวใจทำงานเพิ่ม เรียกว่า physiologic stress test และการใช้ยาเพื่อกระตุ้นการทำงานของหัวใจ เรียกว่า pharmacologic stress test ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การตรวจ cardiac MR perfusion imaging มักนิยมเลือกการใช้ยามากกว่า โดยยาที่สามารถนำมาใช้ในการตรวจ ได้แก่ dobutamine, atropine, adenosine และ regadenoson เป็นต้น ซึ่งในการเลือกว่าควรใช้ยาใดนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้ป่วยและโรคร่วมต่าง ๆ ที่ผู้ป่วยอาจมีอยู่ด้วย

กล้ามเนื้อหัวใจที่มีการไหลเวียนเลือดลดลงนั้น เมื่อตรวจด้วย MRI วิธีนี้ จะพบว่ามีสัญญาณแม่เหล็กที่ปรากฏบนภาพลดลง (hypointensity) เมื่อเทียบกับกล้ามเนื้อที่ปกติ และค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิมได้ ส่วนกล้ามเนื้อหัวใจที่ตายแล้วหรือเป็นแผลเป็น จะพบมี hypointensity แต่ไม่กลับสู่สภาพเดิมเหมือนกล้ามเนื้อปกติ

ด้วยหลักการและวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ จะช่วยทำให้แพทย์สามารถตรวจหาความผิดปกติของหลอดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจได้ไวและละเอียดเพิ่มขึ้น อีกทั้งอาจช่วยทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจที่มีความเสี่ยงมากกว่าได้ด้วย

—–
เพิ่มเติมจากรัชวิภา เอ็ม อาร์ ไอ

ในปัจจุบัน รัชวิภา เอ็ม อาร์ ไอ ของเรา ยังไม่ได้มีบริการตรวจ Cardiac MRI นะคะ แต่ในอนาคตไม่แน่ค่ะ รอติดตามนะคะ ^.^

Leave a Comment