07 Mar 2016
img-liver

การตรวจวินิจฉัยโรคตับแข็งและมะเร็งตับด้วย MRI

นพ. สันติ สิลัยรัตน์
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งนั้น มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งตับตามมาในภายหลังได้มากกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรคมาก เนื่องจากในโรคตับแข็ง เซลล์ตับบางส่วนจะมีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนขึ้นมาทดแทนเนื้อตับเดิมที่เสียไป แต่การ สร้างเซลล์ตับขึ้นใหม่นั้นในบางครั้งก็ทำให้เกิดการกลายไปเป็นเซลล์มะเร็ง และลุกลามขึ้นในเวลาต่อมาได้ ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับระยะแรกอาจไม่มีอาการใด ๆ เลย และกว่าจะเริ่มสังเกตอาการผิดปกติได้ต่อเมื่อก้อนมะเร็งมีขนาดค่อนข้างใหญ่มากแล้ว (โดยมากประมาณ 5-8 ซม.) ดังนั้นการตรวจวินิจฉัยเพื่อค้นหาโรคมะเร็งตับในผู้ป่วยโรคตับแข็งให้พบตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญในการช่วยทำให้เริ่มการรักษาได้เร็วและเพิ่มโอกาสสำเร็จของการรักษาให้มากขึ้น

การตรวจวินิจฉัยโรคตับแข็งและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ด้วยวิธี magnetic resonance imaging (MRI) นั้นได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน ทั้งนี้เนื่องจากเทคนิคที่ดีขึ้นทำให้สามารถได้ภาพที่มีรายละเอียดชัดเจนมากขึ้นและหากมีการใช้สารเพิ่มความแตกต่างของภาพ (contrast media) เช่น gadolinium ร่วมด้วยแล้ว จะทำให้สามารถแยกระหว่างเนื้อตับปกติ ตับที่เกิดเป็นโรคตับแข็ง เนื้อเยื่อมะเร็งของตับ (hepatocellular carcinoma) และเนื้อเยื่ออื่น ๆ ออกจากกันได้ง่าย ทำให้ความแม่นยำในการวินิจฉัยเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เมื่อทำการตรวจด้วย MRI เนื้อตับที่เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นโรคตับแข็งจะมีรูปร่างขรุขระ มีการฝ่อตัวของเนื้อเยื่อเป็นหย่อม ๆ และบางหย่อมจะมีขนาดโตขึ้นกว่าปกติ หย่อมที่โตขึ้นเหล่านี้มักจะเป็นกลุ่มเซลล์ที่งอกใหม่ทดแทนเนื้อตับเดิม แต่อาจเป็นกลุ่มเซลล์ที่กลายเป็นมะเร็งของตับก็ได้ ลักษณะที่อาจจะนำมาใช้ในการแยกระหว่างกลุ่มเซลล์มะเร็งและกลุ่มเซลล์ที่งอกใหม่ ได้แก่

  • กลุ่มเซลล์ที่งอกใหม่ โดยมากจะมีขนาดค่อนข้างเล็ก ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 1-5 มม. หากมีขนาดใหญ่กว่านี้มักจะมีโอกาสเป็นกลุ่มเซลล์มะเร็ง
  • กลุ่มเซลล์ที่งอกใหม่ เมื่อถ่ายภาพในช่วง T2-weighted จะพบมีความทึบ (ขาว) น้อยกว่าเนื้อตับที่อยู่รอบ ๆ ในขณะที่กลุ่มเซลล์มะเร็งมักจะมีความทึบมากกว่าเนื้อตับรอบ ๆ
  • เมื่อทำการฉีดสาร gadolinium เพื่อเพิ่มความชัดของภาพและถ่ายภาพในช่วย T1-weighted จะพบกลุ่ม เซลล์มะเร็งมีความทึบมากขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่กลุ่มเซลล์ตับที่งอกใหม่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

สำหรับในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่ (มากกว่า 2 ซม.) อาจพบลักษณะอื่น ๆ เพิ่มเติมได้อีกเช่น มีลักษณะภายในก้อนคล้ายพื้นกระเบื้องโมเสค (mosaic pattern) มีก้อนเล็ก ๆ งอกยื่นขยายออกไปใกล้ ๆ กับก้อนเดิม หรือมีร่องรอยของการลุกลามเข้าไปยังหลอดเลือดที่อยู่ใกล้เคียง เป็นต้น ซึ่งลักษณะเหล่านี้บ่งชี้ว่าก้อนที่ตรวจพบมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นมะเร็ง และจะช่วยทำให้การตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาทำได้ง่ายและเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งภาพที่ได้จากการตรวจ MRI อาจจะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเซลล์ปกติ กับเซลล์มะเร็งได้ชัดเจน โดยเฉพาะถ้ากลุ่มก้อนของเซลล์มีขนาดเล็กมาก สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ แพทย์อาจให้คำแนะนำในการตรวจติดตามอย่างต่อเนื่องเป็นระยะทุก ๆ 3-12 เดือน ขึ้นกับความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งและลักษณะของ ภาพที่ตรวจพบ

Leave a Comment