18 Apr 2016

รู้ทันภัยร้าย… โรคหัวใจขาดเลือด

โรคหัวใจขาดเลือดเป็นสาเหตุหนึ่งในสามสาเหตุสำคัญที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้วที่พบอุบัติการณ์การเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อต่างๆ น้อยลง จึงทำให้อัตราการเสียชีวิตและทุพลลภาพจากโรคหัวใจขาดเลือดอยู่ในสัดส่วนที่สูงมาก และเมื่อสังเกตแนวโน้มของอัตรรการป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือดนั้น ก็พบว่ามีอัตราที่สูงขึ้นอย่างมากในรอบสิบปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ก็เพราะวิถีการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นสำคัญ

หัวใจขาดเลือดจึงจัดเป็นโรคร้ายที่อาจคร่าชีวิตคุณ หรือคนที่คุณรักได้ทุกเมื่อ การรู้ทันและป้องกันภัยร้ายนี้ รวมถึงรีบพบแพทย์ทันทีที่มีอาการ จะช่วยให้การพยากรณ์ของโรคดีขึ้นอย่างมาก

สาเหตุของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า MI (myocardial infarction) เกิดจากหลอดเลือดหัวใจอุดตัน จากภาวะหลอดเลือดตีบแข็ง มีลิ่มเลือดอุดตัน หรือมีภาวะหลอดเลือดหัวใจหดตัวอย่างรุนแรง (coronary artery spasm) ซึ่งมักเกิดจากการใช้สารเสพติดอย่างโคเคนค่ะ

โดยกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือดสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทตามระยะเวลาที่เกิด คือ กล้ามเนื้อหัวใจตายแบบเฉียบพลัน ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกแบบเฉียบพลัน และกล้ามเนื้อหัวใจตายแบบเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกแบบเรื้อรังค่ะ

การเจ็บหน้าอกในโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายแบบเฉียบพลันนั้นจะเกิดขึ้นทันทีทันใด โดยไม่มีสาเหตุกระตุ้นให้เกิดอาการอย่างแน่ชัด เช่น ไม่ได้กำลังออกแรงหนัก หรือออกกำลังกายอยู่ อยู่เฉยๆ ก็เกิดขึ้นมาเอง อาการเจ็บหน้าอกมักรุนแรงมาก คล้ายกับคนเอาเท้ามาเหยียบกระทืบบนหน้าอก หรือผู้ป่วยบางคนอาจบอกว่าเหมือนมีคนเอาคีมเหล็กมาบดขยี้หัวใจ บางครั้งอาการปวดจะร้าวไปที่แขนและกรามด้านซ้าย นอกจากอาการปวดแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการเหงื่อแตกใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน วูบ หน้ามืด เป็นลม หรือบางครั้งอาจหมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้นจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานก็อาจมีอาการที่แตกต่างกันออกไป เช่น ไม่มีเจ็บหน้าอก เพราะเส้นประสาทที่รับความเจ็บปวดทำงานผิดปกติไปจากตัวโรคเบาหวาน แต่อาจมาด้วยอาการของภาวะหัวใจวาย หรือน้ำท่วมปอดเป็นต้น ค่ะ

สำหรับอาการของหัวใจขาดเลือดแบบเรื้อรัง มักจะมีอาการค่อยเป็นค่อยไป บอกเวลาที่เริ่มเจ็บหน้าอกได้ไม่ชัดเจน อาการเจ็บหน้าอกสัมพันธ์กับระดับกิจกรรมที่ออกแรง เช่น เจ็บหน้าอกเวลาเดินขึ้นบันได หรือเจ็บหน้าอกเวลาออกกำลังกายเป็นต้น อาการร่วม เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อแตกใจสั่น จะพบได้น้อยกว่าโรคหัวใจขาดเลือดแบบเฉียบพลัน ผู้ป่วยบางรายอาจตรวจพบอาการของหลอดเลือดตีบตันที่อื่น เช่น มีอาการอัมพาตของแขนขา หรือระบบประสาททำงานผิดปกติจาก โรคหลอดเลือดสมอง หรืออ่อนเพลีย ซีดเรื้อรังจากโรคไต หรือมีอาการปวดขาเวลาเดิน แผลเรื้อรังที่ขาจากโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่พบได้บ่อย ในการทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ก็คือ โรคประจำตัว อันได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งสามโรคสำคัญนี้จะค่อยๆทำลายผนังของหลอดเลือดหัวใจทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบแคบและเกิดหลอดเลือดตีบตัน ซึ่งในกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแบบขาดเลือดเฉียบพลันก็จะเกิดลิ่มเลือดเข้าไปอุด ทำให้เกิดการตันของหลอดเลือดทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ในขณะที่หากหลอดเลือดตีบแคบไปจนถึงจุดที่เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอต่อความต้องการก็จะเกิดเป็นโรคหัวใจขาดเลือดแบบเรื้อรังขึ้นมาค่ะ นอกจากนี้ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญประการอื่นก็คือการสุบบุหรี่ พันธุกรรมซึ่งดูได้จากประวัติครอบครัวว่ามีญาติสายตรงเป็นโรคหรือไม่ และ อายุที่มากขึ้น ก็เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจขาดเลือดเช่นกันค่ะ

สำหรับการวินิจฉัยโรคหัวใจขาดเลือดแบบเฉียบพลันนั้น แพทย์จะดูลักษณะการขาดเลือดโดยสั่งทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และเจาะเลือดเพื่อดูค่าเลือดที่บ่งบอกถึงกล้ามเนื้อหัวใจที่ถูกทำลายค่ะ ส่วนการวินิจฉัยโรคหัวใจขาดเลือดแบบเรื้อรังนั้นมีตั้งแต่การคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงซึ่งมักจะทำโดยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจในขณะออกกำลังกาย และการวินิจฉัยยืนยันโดยการทำการสวนหลอดเลือดหัวใจเพื่อดูว่าหลอดเลือดหัวใจแต่ละเส้นมีการตีบแคบมากน้อยเพียงใด

การรักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาจใช้การใส่ขดลวดเพื่อถ่างขยายหลอดเลือดและนำลิ่มเลือดที่อุดหัวใจออก หรืออาจใช้วิธีการให้ยาทางหลอดเลือดเพื่อสลายลิ่มเลือด ซึ่งขึ้นกับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาลและลักษณะของผู้ป่วยแต่ละรายค่ะ ส่วนการรักษาโรคหัวใจขาดเลือดเรื้อรังนั้น มีตั้งแต่การให้ยากิน เพื่อทุเลาอาการ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน ควบคุมโรคประจำตัว ปรับพฤติกรรม เช่น งดสูบบุหรี่ หรือในรายที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น ก็อาจต้องใส่ขดลวด หรือผ่าตัด bypass เส้นเลือดหัวใจ…

หากโรคหัวใจขาดเลือดไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้เสียชีวิต อย่างเฉียบพลัน เกิดกล้ามเนื้อหัวใจทะลุ ลิ้นหัวใจรั่ว ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงมาก หรืออาจกลายเป็นโรคหัวใจวายเรื้อรัง ซึ่งส่งผลกับคุณภาพการใช้ชีวิตต่อไปในอนาคตค่ะ

Leave a Comment