06 Apr 2016
มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม ภัยร้ายของผู้หญิง

ถ้าพูดถึงเรื่องสาเหตุของการเสียชีวิตสำหรับคนไทยแล้ว คงจะไม่พูดถึงเรื่องของโรคมะเร็งเสียไม่ได้ เนื่องจากเราพบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้นๆของคนไทยเลยทีเดียว โดยในเพศหญิงโรคมะเร็งที่มาเป็นอันหนึ่งได้แก่มะเร็งปากมดลูก อันดับสองได้แก่มะเร็งเต้านม ส่วนเพศชายจะพบว่าเป็นมะเร็งตับและมะเร็งปอดมากที่สุด เหตุที่เป็นเช่นนี้น่าจะเป็นจากพฤติกรรมเสี่ยงอันได้แก่การดื่มสุราและการสูบบุหรี่ ดังนั้นการหยุดพฤติกรรมดังกล่าวน่าจะสามารถลดโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งตับและมะเร็งปอดในผู้ชายลงได้ แต่สำหรับมะเร็งเต้านม ปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่เซลล์ท่อน้ำนมหรือต่อมนมสัมผัสกับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดการแบ่งตัวที่ผิดปกติ มะเร็งเต้านมส่วนน้อยเท่านั้นที่เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดความผิดปกติทางพันธุกรรม ช่วงอายุที่พบบ่อยที่สุดในมะเร็งเต้านมได้แก่อายุประมาณ 45 -50 ปี

มะเร็งเต้านมแม้จะไม่มีวิธีป้องกันที่ดีที่สุด แต่ถ้าเราสามารถค้นพบได้เร็วและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็สามารถหายขาดได้ มะเร็งเต้านมเกิดได้อย่างไร มีอาการแสดงอะไรบ้างที่เราควรสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม และมีการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือชนิดใดที่จะทำให้ตรวจพบโรคมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นวันนี้เรามาทำความกระจ่างในเรื่องต่างๆเหล่านี้กันครับ

มะเร็งเต้านมเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่อยู่ภายในท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม ที่มีการแบ่งตัวผิดปกติ ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากการได้รับการกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลานาน นอกจากนี้เซลล์มะเร็งยังสามารถแพร่กระจายไปตามทางเดินน้ำเหลือง ไปสู่อวัยวะอื่นๆเช่น ต่อมน้ำเหลือง กระดูก ปอด ตับ และสมอง เมื่อเซลล์มะเร็งมีจำนวนมากขึ้นก็จะทำลายอวัยวะนั้นๆด้วยการกดเบียด เข้าทำลายเนื้อเยื้อปกติของอวัยวะที่เซลล์มะเร็งเข้าไปอาศัยอยู่ ทำตัวดังเช่นกาฝาก แย่งอาหารและปล่อยสารที่เป็นอันตรายต่อส่วนต่างๆ ของร่างกายจนทำให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวด และเสียชีวิตในที่สุด

ไม่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่เป็นมะเร็งเต้านม ผู้ชายก็สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้ แต่พบได้น้อยมากเพียง 1 % ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด

การตรวจพบมะเร็งเต้านมในผู้หญิงยิ่งจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการรณรงค์ให้ผู้หญิงใส่ใจในการตรวจเต้านมด้วยตนเองมากขึ้น มีเครื่องมือที่ทันสมัย การเข้าถึงข้อมูลทางด้านสุขภาพและระบบบริการสาธารณสุขที่เพิ่มมากขึ้น

ผู้หญิงทุกคนมีโอกาสป่วยเป็นมะเร็งเต้านมได้ไม่แตกต่างกัน แต่มีผู้หญิงบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าผู้หญิงทั่วไป ได้แก่

  1. ผู้หญิงที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน (มะเร็งเต้านมสามารถเป็นได้ทั้ง 2 ข้าง บางรายได้รับการรักษาแล้วข้างหนึ่ง และในเวลาต่อมาตรวจพบว่าเป็นอีกข้างในภายหลังก็มี)
  2. มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นญาติสายตรง เช่น แม่ บุตร พี่สาวหรือน้องสาว
  3. ผู้หญิงที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี (เหตุเนื่องจากเซลล์ของท่อน้ำนมและต่อมน้ำนมจะสัมผัสกับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลานาน)
  4. ผู้หญิงที่รอบเดือนมาเร็ว และหมดช้า หรือใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นเวลานานกว่า 10 ปี
  5. ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป
  6. ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายแสงบริเวณหน้าอก ได้แก่ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อน้ำเหลืองบางชนิด
  7. ผู้ที่รับประทานฮอร์โมนเสริมทดแทนเพื่อรักษาอาการวัยหมดประจำเดือนเป็นประจำนานกว่า 5 ปี

ผู้หญิงในกลุ่มเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปราว 1.5 เท่า แต่ถ้าญาติสายตรงที่เป็นมะเร็งเต้านมได้รับการวินิจฉัยในขณะที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีจะเพิ่มความเสี่ยงเป็นต่อการเป็นมะเร็งเต้านมประมาณ 3 เท่าของผู้หญิงปกติ ดังนั้นจึงมีคำแนะนำให้ทำการตรวจคัดกรองหามะเร็งเต้านมเร็วขึ้นกว่าปกติโดยใช้อายุที่ญาติสายตรงตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมครั้งแรกลบอก 10 ปี และทำการตรวจซ้ำทุกๆ ปี เช่นถ้ามีพี่สาวที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเมื่ออายุ 35 ปี ผู้หญิงที่อยู่ในครอบครัวนี้ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตั้งแต่อายุ 25 ปี

โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมจะมาพบแพทย์ด้วยปัญหาก้อนที่เต้านม ขนาดของก้อนมีความแตกต่างกันไปอาจเล็กบ้าง หรือบางรายปล่อยไว้จนขนาดก้อนใหญ่จนน่ากลัว หรือแม้แต่ปล่อยจนมีการแตกออกเป็นแผลก็มีให้เห็นอยู่ปล่อยครั้ง ซึ่งถ้ามาในระยะนี้แล้วการรักษาให้หายขาดเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก ดังนั้นหากท่านคลำพบก้อนที่เต้านมไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หรือไม่มั่นใจว่าเป็นก้อนหรือไม่ อย่าได้นิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์ อย่าได้ห่วงงานจนลืมห่วงสุขภาพของตนเอง นอกจากนี้อาการอย่างอื่นที่ควรรีบมาตรวจได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังบริเวณหน้าอก เช่น มีรอยบุ๋ม ย่น หดตัว หนาตัวผิดปกติคล้ายเปลือกส้ม มีการเปลี่ยนแปลงของหัวนม เช่น มีการหดตัว มีการดึงรั้งของหัวนม มีเลือดออกทางหัวนม อาการเจ็บเต้านม หรือ มีก้อนที่รักแร้ ก็ควรรีบมาตรวจโดยเร็ว

ปัจจุบันมีแนวทางการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่แนะนำให้ปฏิบัติอยู่ 3 วิธี คือ

  1. การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast seft examination ,BSE)
  2. การตรวจเต้านมด้วยบุคคลากรทางการแพทย์ (Clinical breast examination,CBE)
  3. การตรวจด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีเต้านม(Mammography)

ซึ่งเราสามารถแบ่งกลุ่มสำหรับการตรวจคัดกรองแต่ละวิธีดังต่อไปนี้

  1. ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ควรเริ่มตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้ง และหากมีข้อสงสัยควรมีการตรวจโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรม
  2. ผู้หญิงที่มีอายุ 40-69 ปีและไม่มีอาการ นอกจากการตรวจเต้านมด้วยตนเองแล้ว ควรได้รับการตรวจอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปีโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมและตรวจด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีเต้านม (Mammography) ทุก 1-2 ปี หรืออาจใช้การตรวจอัลตร้าซาวด์ร่วมด้วยในกลุ่มที่มีเต้านมหนา (Dense Breast)
  3. ผู้หญิงที่อายุ 70 ปีขึ้นไป การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้พิจารณาเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของประโยชน์และอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ภาวะสุขภาพขณะนั้นและการมีชีวิตอยู่ต่อไป

จะเห็นได้ว่าการตรวจคัดกรองเบื้องต้นนั้นสามารถทำได้ด้วยตนเอง จนถึงการตรวจด้วยแพทย์และเครื่องมือทางการแพทย์ ดังนั้นคุณสุภาพสตรีทั้งหลายควรใส่ใจและให้ความสำคัญเพราะถ้ารู้เร็ว รักษาเร็วก็จะสามารถหายขาดได้ครับ

Leave a Comment